วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ขอบคุณชีวิตที่ยุ่งยาก ตอนที่ ๕ - ความเฮงในปัจจุบันby Dhammasarokikku

img21มีน้องคนหนึ่งชื่อน้อง ลูกเป็ด มาเม้นท์ให้กำลังใจไว้เสียลอยเหนือพื้นไปฟุตหนึ่ง ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง ครับ สิ่งที่ข้าพเจ้าเขียนมิได้ดีเด่กระไรปานนั้น ครับ เพียงแต่มันเขียนด้วยเลือดเนื้อ และชีวิตของข้าพเจ้าเอง ทุกสิ่งที่เขียนไป มิใช่ว่า สักแต่ว่าเรียน สักแต่ว่าจำเขาเอามาเขียน ตัวหนังสือแต่ละตัว เป็นตัวแทนประสบการณ์ชีวิตที่ได้มาจากการทดลองด้วยตนเอง สมัยก่อนไม่เคยเชื่อ ครับว่า ศีลเป็นปัจจัยของความสุข มีทฤษฎีเป็นของตนเอง ท่านกิเลสเป็นผู้ตั้งทฤษฎีให้ แอบนอกใจแฟนไม่ผิดหรอก ก็ไม่ได้ปิดบัง และก็พอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย กินเหล้า ไม่ผิดหรอก ไม่ได้ไปต่อยกับใคร ไม่ได้ไปขอเงินใครมาซื้อ แต่ทฤษฎีกิเลสนี้ มันไปไม่รอด ครับ ชีวิตรุ่มร้อนขึ้นทุกวันโดยไม่รู้ตัว จนดูเหมือนไม่มีทางออก ที่สุดได้มาพบคัมภีร์ลึกลับเล่มนี้ ชีวิตข้าพเจ้าก็เปลี่ยนไปอย่างมากมาย สงบเย็น สุขอย่างเหลือเชื่อ จึงขออุทิศชีวิต เลือดเนื้อ และประสบการณ์ ไว้เป็นธรรมทาน บูชาเจ้าของคัมภีร์เล่มนี้ ผ่านตัวหนังสือทั้งหลาย ที่พิสูจน์แล้วจากชีวิตจริง เพื่อให้ท่านทั้งหลายที่ได้อ่าน จักได้ไม่ต้องมาประสบวิบากกรรม ทนทรมานเช่นข้าพเจ้า

ตอนที่แล้วแค่ข้ามขั้นไปนิดส์นึง โผล่ไปพบอภิมหามหึมาอริยทรัพย์เลย บางคนรับไม่ได้ค่ะ มีทัศนคติว่า อริยทรัพย์มันรวยเกินไป โธ่หลวงพี่ ข้าวจะกรอกหม้อ ยังจะไม่มีเลย ให้ไปปฏิบัติธรรม ใครจักมีกระใจไปปฏิบัติเล่า อริยทรัพย์มันกินบ่ได้

ความจริง จนรวย ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติ ครับ คนจนก็ปฏิบัติได้ คนรวยก็ปฏิบัติได้ เพราะการปฏิบัติธรรมนั้น ที่ใช้งานได้จริง ต้องหลอมรวมเข้ากับชีวิตประจำวัน ฉะนั้นความจนความรวย จึงไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่ในเมื่อเขาอ้างเช่นนั้น เอ้า... เรามาพิจารณาลายแทงขุมทรัพย์หาโลกียทรัพย์กันต่อไป

ขุมทรัพย์ขุมถัดไป อยู่ในพระพุทธพจน์ตอนท้ายเรื่องว่า

"ผู้มีปรีชาเห็นประจักษ์ ย่อมตั้งตนด้วยทุนทรัพย์แม้น้อย

เหมือนคนก่อไฟกองน้อยให้ลุกเป็นกองใหญ่ได้ฉะนั้น"

เป็นไงเล่า... ใครว่าพระพุทธเจ้าสอนแต่ธรรมะเพื่อการหลุดพ้น ธรรมะเพื่อการเป็นเจ้าของกิจการก็มีอยู่ ครับ ความข้างต้นถอดรหัสแล้ว ได้ความว่า ผู้มีปัญญา ย่อมมองธุรกิจออก แม้ลงทุนด้วยทรัพย์อันน้อยนิด ความเฮงในปัจจุบัน ก็คือ ความเป็นผู้มีปัญญานั่นเอง ดังนั้นผู้ที่มองธุรกิจออก โอ้เขาสำเร็จอย่างนี้อย่างนั้น เพราะเขามีทุนทรัพย์มาก เขาจึงทำได้ ก็เป็นคนมีปัญญาเหมือนกัน ครับ แต่มีน้อยไปนิดส์นึง

ผู้มีปัญญา จักแอบซุ่มตัวอยู่เงียบ ๆ ครับ คอยสังเกตการณ์ หาจังหวะที่เหมาะสม ในการเริ่มทำธุรกิจ บางคนเห็นช้างขี้จะขี้ตามช้าง ครับ เห็นเจ้านายทำกิจการใหญ่โต ไม่เห็นใช้ความสามารถกระไร วัน ๆ นั่งกระดิกนิ้วเท้าอยู่ในห้องหรู ใช้ลูกน้องทำงาน แล้วก็ประชุมทั้งวัน เราก็คงทำได้กระมัง ว่าแล้วเก็บตังค์ได้ก้อนหนึ่ง เก็บข้อมูลลูกค้าได้จำนวนหนึ่ง ก็ลาออก ไปตั้งบริษัทของตัวเอง แล้วบอกว่า นี่ละ การเป็นเจ้าของกิจการ นี่ละ เจ้าของ SMEs พุทโธ๋ว์.... เห็นเจ๊งมานักต่อนักแล้ว

โอกาสแบบทั่ว ๆ ไปหน่ะ มีอยู่ดาษดื่น ครับ แต่โอกาสประเภท "ตั้งตัวได้แม้ทุนทรัพย์เพียงน้อยนิด" นั่นมิได้หาได้ง่าย ๆ เลย ผู้มีปัญญาเท่านั้น ถึงจะพบ ท่านต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้านทีเดียว มิใช่ว่า เห็นเขาทำกันได้ สำเร็จด้วย แต่ใช้ทรัพย์มหาศาล แล้วก็ไปทำตามเขา

JcL3N0b3JhZ2VcLzFcLzM2NDZcL2ltYWdlc1wvZ2FsbGVyeVwvY29udGVudFwvY29udGVudF81MTMwXzE4MTYyNTIyNTAuanBnIiwidyI6IjMwMCIsImgiOiIzMDAiLCJjIjoibm8iLCJzIjoibm8ifQ==ท่านเปรียบไว้เหมือนก่อกองไฟกองน้อย ให้ลุกเป็นกองใหญ่ได้ ก็หมายถึงธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนน้อย แต่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง หรือเรียกว่า เงินต่อเงิน ทางบริหารธุรกิจนี่เขาเรียกว่า low risk, high return หรือธุรกิจประเภทเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนสูง

พาให้ข้าพเจ้าคิดไปถึงธุรกิจแบบ MLM แม้ว่า ธุรกิจประเภทนี้จักเอาเปรียบลูกข่ายไปนิดก็เถอะ อย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับในความเซียน ก็คือ "ต้นสาย" และคนที่ริเริ่มระบบนี้ ครับ เขาเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินลงทุนเพียงเล็กน้อย แต่ขยายตัวได้ไม่สิ้นสุด ช่วงหลัง ๆ มาก็ขยายตัวได้อย่างรวดเร็วเสียด้วย สำหรับ "ต้นสาย" หรือ คนริเริ่ม นั้น ตรงกับคำจำกัดความของผู้มีปัญญา ที่ท่านว่าไว้ทีเดียว เราก็สามารถประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับเหล่าต้นสาย เหล่าผู้ริเริ่มเหล่านั้นได้ ครับ มีตัวอย่างแล้วนี่ ก็แค่ทำตัวเป็นคนช่างสังเกต และนิ่ง รอจังหวะที่เหมาะสม

โดยสรุปจากการไขลายแทงขุมทรัพย์ วิทยายุทธ์ที่สาม คือ ผู้มีปัญญาต้องสามารถเห็นโอกาสทางธุรกิจ ที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้เงินมาก และธุรกิจนั้นสามารถขยายตัวได้มาก ในนิทานตัวอย่างที่ยกขึ้นมา อาจารย์ทิศาปาโมกข์เป็นคนมองธุรกิจขาด ครับ แล้วจึงผูกมนต์หัวใจของการทำธุรกิจ ให้มาณพน้อยไปทำ หากเราไม่สามารถหาครูบาอาจารย์ที่เก่งกาจขนาดนั้นได้ ก็ต้องค้นหาโอกาสนั้น ด้วยตนเอง ครับ

ประโยชน์จากวิทยายุทธ์กระบวนท่าที่สาม คือ ช่วยให้ท่านสกรีน หรือคัดกรอง พวกธุรกิจทำเงิน ความเสี่ยงต่ำ ออกจากธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง ใช้เงินลงทุนมาก เช่นสมมุติว่า มีคนมาชวนท่านไปขายสินค้า MLM ให้ไปฟังสัมมนาสวยหรู แต่พอถึงขั้นที่จักต้องลงทุน (รับรองได้ ครับว่า เจอแน่ ๆ มีตั้งแต่ไม่กี่พันบาท ไปจนถึงเรือนหมื่น) ท่านจงคิดถึงวรยุทธ์อันล้ำเลิศนี้ ครับ โอกาสทางธุรกิจที่แท้จริง ต้องไม่ใช้เงินมากมายขนาดนี้ ว่าแล้วก็เก็บกระเป๋าสตางค์เดินจากห้องสัมมนา หรือห้องดับจิต กับดักความโลภออกมาอย่างสง่าผ่าเผย

ตอนหน้าก็จักพาท่านไปพบวิทยายุทธ์ที่สี่ สุดยอดไม้ตายแห่งความเฮงสะท้านบู๊ลิ้มต่อไป วันนี้ขอลาไปก่อน ขอความเฮงจงสถิตย์อยู่กับท่านผู้ติดตามบล็อกธรรมะลุ่ม ๆ ดอน ๆ นี้ ทุกกาล ทุกเมื่อ เทอญ ฯ

จบตอน ๕

 
Design by Wordpress Templates | Bloggerized by Free Blogger Templates | Web Hosting Comparisons